รีวิวหนัง TOMORROWLAND – ผจญแดนอนาคต

เรื่องย่อหนัง

หนัง Tomorrowland หรือชื่อไทยว่า ผจญดินแดนอนาคต ด้วยโชคชะตาที่ด้วยกัน แฟรงค์ สมัยก่อนเด็กอัจฉริยะ ผู้เบื่อและก็สิ้นหวัง แล้วก็เคซี่ สาวน้อยผู้ชาญฉลาด มองโลกในแง่ดี รวมทั้งมีความกระหายหิวต้องการรู้ด้านวิทยาศาสตร์ จำเป็นต้องร่วมภารกิจสุดอันตรายสำหรับเพื่อการไขปัญหาของสถานที่ลึกลับที่อยู่ที่ใดซักที่ในระยะเวลาและก็อวกาศที่รู้จักเพียงแค่ชื่อที่ถูกเรียกชื่อว่า ‘ทูมอโรว์แลนด์’ สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำที่โน่นจะเปลี่ยนโลก รวมทั้งพวกเขาไปชั่วนิจนิรันดร์จากบทภาพยนตร์โดย กางรด เบิร์ด รวมทั้งคนเขียนบท/ผู้ร่วมสร้าง ‘ลอสท์’ เดมอน ลินเดลอฟ จากเรื่องราวโดย ลินเดลอฟ, เจฟฟ์ เจนสังเวย, รวมทั้งกางรด เบิร์ด Tomorrowland ผจญดินแดนอนาคต จะพาผู้ชมไปสู่การเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้นแบบนอนสต็อปสู่มิติใหม่ที่เคยอยู่เพียงแค่ในฝันเพียงแค่นั้น

วิภาควิจารณ์ หนัง

ไม่มี

รีวิว Maleficent : Mistress of Evil หนังการ์ตูนที่โหดสัสดาร์กช็อกโกแล็ตมากค่ะ

[รีวิว] Maleficent: Mistress of Evil ดาร์กเกินเทพนิยายดิสนีย์

 

Maleficent ภาคแรกในปี 2014 เป็นหนังสร้างปรากฏการณ์ของดิสนีย์ ที่จับนิทานคลาสสิก Sleeping Beauty (เจ้าหญิงนิทรา) มาตีความหมายใหม่ แล้วประสบผลสำเร็จอย่างที่สุด ปัดกวาดรายได้ไปแบบถล่มทลายถึง 758 ล้าน จากทุนสร้าง 180 ล้าน แล้วแองเจลินา โจลี่ ก็ได้บทบาทที่เป็นไอคอนจำของฮอลลีวู้ดไปอีกนาน ถึงกระนั้นดิสนีย์ก็ยังเว้นตอนไปถึง 5 ปี กว่าจะได้เวลาคลอดภาค 2 ออกมาในปีนี้ เป็นปีที่หนังจากค่ายดิสนีย์อัดแน่นกันถึง 10 เรื่อง

 

รายละเอียดดูหนังในภาคนี้ก็เขียนให้เรื่องราวห่างกับภาคแรกไว้ 5 ปีเช่นเดียวกัน ออโรร่าเติบโตขึ้นเป็นสาววัย 21 ปี นางก้าวจากเด็กผู้หญิงมาเป็นราชินีผู้ดูแลดินแดนมัวร์เต็มกำลัง ภายหลังจากหมั้นหมายกับพระราชโอรสฟิลิปส์ในภาคแรก พอมาถึงภาคนี้พระราชโอรสฟิลลิปส์ก็ขอเจ้าหญิงออโรร่าสมรสอย่างเป็นทางการ ตามรายละเอียดที่พวกเรามองเห็นในแบบอย่างมาเลฟิเซนต์มองไม่เห็นถูกใจด้วย แต่ว่าด้วยความรักที่นางมีต่อออโรร่าก็เลยยอมออกงานพิธีการเป็นครั้งแรก ด้วยวิธีการทำหน้าที่แม่ของออโรร่าไปเป็นแขกรับเชิญของพระราชาแล้วก็ราชินีที่เมืองอัลสตีด ระหว่างการสนทนาบนโต๊ะอาหาร ก็เกิดเหตุให้ติดขัดใจทำให้มาเลฟิเซนต์บันดลความโกรธ กลายร่างไปสู่โหมดร้าย ทำลายข้าวของเครื่องใช้ บริวาร แล้วบินออกไป

 

ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นเรื่องราวเพียงแค่ในตอน 15 นาทีแรกของหนัง ที่เอามาเสนอในแบบอย่างหนัง ทำให้ดูเหมือนกับว่ามาเลฟิเซนต์จากราชินีปีศาจที่เริ่มมีจิตใจสุภาพมากมายกขึ้นแล้วในภาคแรก จะกลับมาร้ายอีกทีแล้วทำศึกทำสงครามกับอัลสตีดแล้วก็บุตรสาวตนเอง แต่ว่าหนังก็ยังวางหน้าที่ของราชินีอิงกริต หน้าที่ของ มิเชล ไฟเฟอร์ ให้มองคลางแคลงใจเสมือนมีแผนร้ายแอบซ่อนอยู่ ซึ่งในหนังจริงก็มิได้ปิดบังปัญหานี้ไว้เป็นไม้ตายแต่ว่ายังไง แต่ว่าเล่ากันแบบง่ายๆตรงๆเผยตัวตนผู้ร้ายตั้งแต่ต้นเรื่องกันไปเลย

 

ลินดา วูลเวอร์ตัน มือเขียนบทจากภาคแรกกลับมาสืบต่อหน้าที่เดิม แถมด้วยคู่ซี้ผู้เขียนบท โนอาห์ ฮาร์ปสเตอร์ แล้วก็ มิคา ฟิตเซอร์แมน-บลู มาร่วมเขียนด้วย หนทางของภาค 2 พาบรรยากาศหนังออกห่างไกลจากภาคแรกมากมาย ใจความสำคัญแรกที่หนังเลือกเน้นย้ำในเรื่องการทำศึกระหว่างเมืองอัลสตีดแล้วก็ “ดาร์กเฟย์” ชื่อเรียกเผ่าพันธุ์ของเทวดามีปีก ญาติพี่น้องของมาเลฟิเซนต์ ที่สืบทอดมาจากนกฟินิกซ์ ก็จำเป็นต้องเห็นด้วยว่าเส้นเรื่องในภาคนี้เดินหน้าไปแบบเข้มข้นดุเดือดเลือดพล่าน ไม่ต้องอิงเทพนิยาย “เจ้าหญิงนิทรา” แบบภาคแรกอีกต่อไป แล้วไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาชี้แนะบรรดานักแสดงอีกแล้วด้วย

 

แต่ว่าเมื่อกล่าวถึง “การทำศึก” ในหนังดิสนีย์ ก็ย่อมเต็มไปด้วยฉากต่อสู้แล้วก็ฆ่า ที่ถือว่าสุ่มเสี่ยงพอสมควรกับการจับเรื่องนี้มาเล่นในหนังที่พวกแบรนด์ “ดิสนีย์” ซึ่งหนังก็เพียรพยายามหลีกเลี่ยงภาพที่เหี้ยมโหดอำมหิต เมื่อเหล่าดาร์กเฟย์ถูกลูกกระสุนปืนเหล็กยิง ก็สลายเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่าน ส่วนบรรดาสัตว์เทวดาในป่ามัวร์ ก็ถูกจับมารังแกเช่นเดียวกัน หลายๆตัวพอตายก็เปลี่ยนคืนภาวะกลายเป็นดอกไม้ใบต้นหญ้า ด้วยภาพน่ะปราศจากความร้ายแรง แต่ว่านี่เป็นหนังดิสนีย์ที่ได้เรต G หมายความว่าไม่จำกัดอายุ ลูกเล็กเด็กแดงบางทีอาจจะรู้สึกสะเทือนขวัญกับภาพ ภูติน้อยดิ้นกระแด่วๆโดนฆ่าต่อหน้า

 

ฉากฆ่าภูติที่ไม่คาดคิดว่าจะได้มองเห็นในหนังดิสนีย์

อีกเรื่องหนึ่งที่รู้สึกได้อย่างเห็นได้ชัดว่าหนังมองผิดแผกจากหนังเทพนิยายดิสนีย์ที่เคยชิน ด้วยการเลือกเล่าถึงเชื้อสาย “ดาร์กเฟย์” ซึ่งหนังเลือกให้ความใส่ใจกับเรื่องราวส่วนนี้เป็นอย่างมาก ถึงกับพาทัวร์อาณาจักรดาร์กเฟย์กันอย่างช้านานแล้วก็ละเอียด เล่าถึงประวัติความเป็นมาที่มาชีวิตความเป็นอยู่ พาดูภาวะชีวิตความเป็นอยู่ การเลือกที่จะลงลึกถึงตัวตน การแบ่งแยกดินแดน การทำสงครามระหว่างเชื้อสาย พวกเราชอบคุ้นกับเรื่องราวพวกนี้ในหนัง Lord of The Rings หรือ Game of Thrones มากยิ่งกว่า ไม่คาดคิดที่กำลังจะได้มองเห็นหนังดิสนีย์มาเล่าหนังในบรรยากาศอย่างนี้ แล้วก็เหมือนเคย มีตัวละครที่ตายจากการทำสงครามระหว่างเชื้อสาย

 

ฉากด้านในรัง “ดาร์กเฟย์” ที่ดีไซน์ได้สวยสดงดงามประหลาดตา

เปลี่ยนเป็นว่าจุดแข็งสำหรับภาคนี้ไม่ใช่รายละเอียด เรื่องราวของหนังที่ดูเหมือนจะพาออกสมุทรไปไกล แต่ว่าจุดที่น่ากล่าวชมเชยเป็นงานดีไซน์ฉากแล้วก็ซีจีที่น่าระทึกใจ เกือบทุกๆฉากมองสวยสดงดงามวิจิตรตระการตาตั้งแต่แมื่อฉากเปิดเรื่องเลย ถ้าหากได้โอกาสเลือกมองบนหน้าจอ IMAX 3 มิติได้ขอเสนอแนะอย่างแรง เพียงแค่ฉากเปิดเรื่อง 5 นาที บอกเลยว่าคุ้มเงินแล้ว มุมกล้องถ่ายภาพจากฟ้าพาพวกเราท่องเข้าไปในดินแดนมัวร์วิ่งผ่านหน้าบรรดาอสูรกาย ลงไปวิ่งเลี่ยผิวน้ำ ผ่านดอกไม้นานาพรรณ เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานบันเทิงใจมากมายราวกับนั่งพักผ่อนเครื่องเล่นในสวนสนุกเลยขอรับ ฉากที่ประทับใจมากคือการออกแบบสวน “ดอกไม้ป่าช้า” เป็นดอกไม้สีส้มสว่างท่ามกลางความมืดดำขึ้นอยู่กับเต็มแผ่นดิน เชิญชวนให้นึกถึง”เห็ดกระสือ” ใน “แสงกระสือ” นั่นแหละ แต่ว่าโปรดักชันทุนหนาของฮอลลีวู้ดเขาทำเป็นละลานตากว่าก็ไม่แปลกหรอก

 

อีกฉากที่จำเป็นต้องซู้ดปากยกย่องไอเดียสำหรับการดีไซน์เป็นรังของ “ดาร์กเฟย์” ที่จับไอเดียประเด็นการเอากิ่งไม้มาสานทอขึ้นเป็นรังแบบนก แต่ว่านี่เป็นรังใหญ่มีทางเดินเชื่อมกันเป็นทางยาว เป็นการผสมผสานงานตกแต่งกับธรรมชาติได้กลมกลืนกันดีจัง ฉากมุมกว้างของวังอัลสตีดก็มองวิจิตรตระการตาเต็มไปด้วยเนื้อหายิบย่อยมากมายก่ายกอง ดูมีความใหญ่โตสมกับเป็นอาณาจักรใหญ่แต่ว่าก็ยังให้ความรู้สึกแบบพระราชวังราชวังในเทพนิยายอยู่ ฉากพิธีการอภิเษกสมรสที่ตกแต่งวังด้วยไม้เลื้อยก็สวยสดงดงามมากมาย ตกลงว่าน่ากล่าวชมเชยมันหมดทุกฉากในเรื่องเลย คณะทำงานดีไซน์โคตรเก่ง

 

สาระสำคัญที่ไม่เอ่ยถึงมิได้เป็นตัวหลักของเรื่อง มาเลฟิเซ็นต์ ถึงแม้ว่าจะหนังภาคนี้จะมีรอยแผลมากมายแค่ไหน เสน่ห์ของแม่ก็สามารถเรียกคนมาดูได้อย่างแน่แท้ แม่สามารถประคองหนังอีกทั้งเรื่องได้อยู่จริง ว่ากันตั้งแต่ฉากเปิดตัวเลย แองเจลินา โจลี่ สามารถถ่ายทอดความรู้สึกให้นักแสดงมาเลฟิเซนต์มองยิ่งใหญน่ายำเกรงเสมอ ยิ่งทำให้เชิญชวนคิดอยู่หลายครั้งว่าถ้าหากไม่ใช่แองเจลินา แล้วจะมีคนไหนสมควรไปกว่านี้ บางอารมณ์ที่แม่ต้องการจะน่ารักน่าเอ็นดู เอาเพียงแค่ฉากที่เพียรพยายามยิ้มยิงฟันเอาอกเอาใจบุตรสาว ก็มองน่ารักน่าเอ็นดูชวนหัวเราะได้จริง ในฉากรบอีรุงตุงนังเมื่อเหล่าดาร์กเฟย์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วแม่แสดงตัวออกมานี่หากปรบมือได้จะต้องร้อง !เย่ ไปเลย มันได้อารมณ์แบบ “แม่มาแล้ว” จริงๆถ้าหากเคยผิดหวังต้องการมองเห็นการปรากฏตัวแบบอัศวินขี่ม้าขาวของ Captain Marvel ใน End Game แต่ว่านางมิได้โชว์เท่อย่างที่พวกเรารอ มาเชียขุ่นแม่มาเลฟิเซนต์ในภาคนี้แทน แม่มาแบบโก้เก๋และไม่ผิดหวังจริงๆกระทั่งท่าลงหยุดสัมผัสพื้น ที่ย่อตัวแบบเบาๆก็ยังดูดีเลย

 

สรุปว่าหนังยังสนุกสนานอยู่ บนมาตรฐานหนังแบบเทพนิยายเดาได้ง่ายไม่มีอะไรสลับซับซ้อน งานภาพสวยสดงดงาม วิจิตรตระการตา ขุ่นแม่ทำให้พวกเรายิ้มได้เป็นประจำแต่ว่าเรื่องราวออกสมุทรไปไกล ดาร์กเกินขีดหนังดิสนีย์ที่พวกเราเคยชินไปพอสมควร มีตัวละครตาย ไม่ควรได้เรต G อย่างที่ได้มา ผู้ปกครองถ้าหากพาเด็กตัวเล็กๆไปดู จำเป็นต้องทำหน้าที่ชี้แจงน้องๆกันเยอะแยะเลยล่ะขอรับ

รีวิวหนัง Gemini Man – เจมิไน แมน

เรื่องย่อหนัง

หนัง Gemini Man หรือชื่อไทยว่า เจไม่ไน แมน Gemini Man ภาพยนตร์แอ็คชั่นทริลเลอร์สุดล้ำ แสดงนำโดย วิล สมิธ ซึ่งสวมบทเป็น เฮนรี่ โบรแกน มือสังหารความสามารถฉกาจฉกรรจ์ซึ่งแปลงเป็นวัตถุประสงค์แล้วก็ถูกไล่ล่าโดยข้าราชการทำการลับซึ่งสามารถคาดคะเนการเคลื่อนไหวของเขาได้ทุกคราว ภาพยนตร์ควบคุมโดย อั้งลี่ ผู้กำกับรางวัลออสการ์ ร่วมอำนวยการสร้างโดย พบร์ปรี่ บรัคไฮเมอร์, เดวิด เอลลิสัน, ดานา โกลด์เบิร์ก รวมทั้งดอน มึงรนพบร์ ร่วมแสดงโดย แมรี่ เอลิซาเบธ วินสเตด, ไคลฟ์ โอเว่น รวมทั้งเบเนดิค หว่อง


An over-the-hill hitman faces off against a younger clone of himself.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Gemini Man
— 6.5/10 —
แอ็คชั่นกึ่งกลางเรื่องเป็นดีย์ ส่วนเรื่องราวเป็นปลดปล่อยฟรีไปก็ได้
จริงๆรู้สึกสนุกสนานเพียงแค่ตอน Will Smith ปะทะ Will Smith ทีแรกเท่านั้นล่ะ

ถ้าเกิดจะว่ากันกล้วยๆGemini Man เป็นหนังที่เกี่ยวพันกับสายยอดความสามารถคนหนึ่งที่โดนตามล่าโดยสายอีกคนซึ่งเป็นร่างโคลนของเขาเอง มันเป็น Will Smith ปะทะ Will Smith 

เอาจริงเอาจังๆพล็อตมันซ้ำซากจำเจ เชย รวมทั้งซ้ำจากจำเจมากมาย การที่มองเห็นศิลปินผู้เดียวกัน เล่นเป็นวัยแก่กับวัยชายหนุ่มมาปะทะกันหรือคนๆเดียวกันก็มีมาแล้ว อีกทั้ง Replicant (2001), The One (2001) หรือเอาเมื่อเร็วๆนี้เลยก็ Logan (2017) หรือจะย้อนกลับไปเป็นพล็อตที่ไล่ล่าคุ้นเคยอย่าง Looper (2012) ที่ถึงแม้ว่าจะมิได้ใช้ดาราเดียวกัน แม้กระนั้นเป็น Joeph Gordon-Levitt กับ Bruce Willis ก็มีรายละเอียดคล้ายเหมือน Gemini Man ใช่เล่น แต่ว่าที่พอเพียงจะเรียกพวกเราให้ไปดูได้เป็นชื่อผู้แสดงนำฝ่ายอย่าง Will Smith ฉากแอ็คชั่น รวมทั้งไปดูความลื่นไถลไหลสำหรับในการถ่ายทำแบบ HFR นั่นแหละ

มาเอ๋ยถึงเรื่องราวก่อน มันเกือบจะไม่มีอะไรเลย ทายใจง่ายรวมทั้งเชยมากมายอย่างที่บอกไปข้างต้น มันไม่ว้าวแล้วอะ ทั้งยังหลายๆอย่างในเรื่องราวปูมาซะยิ่งใหญ่ แม้กระนั้นเลือกจบอย่างนั้นอะนะ ฉากจบนี่แบบ ห๊ะ? เพียงแค่เนี้ย? แล้วไอ้โปรเจ็ค Gemini Man ที่ว่าโน่นเท่านี้จริงๆหรอ บางสิ่งก็คลี่คลายง่ายซะอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่าเชยแค่นั้นนะ มันยังเล่าไม่สนุกอีกต่างหาก บางช่วงนี้เชิญหาวได้เลย ไม่มีจุดไคลแม็กใดๆก็ตามทั้งหมด “จบเลยกล้วยๆไปอย่างงั้น”

ทางด้านดาราไม่รู้จักจะกล่าวถึงผู้ใดกันดีนอกจาก Will Smith เพราะเหตุว่ามองดูผู้แสดงอื่นๆไม่สำคัญเอาซะเลย ไม่รู้เรื่องจะมีเพราะเหตุใดด้วย บางบุคคลออกมาฉากสองฉากมิได้ทำอะไรเลยแล้วหลังจากนั้นก็หายไปบ้าง ตายไปบ้าง ย้อนกลับมาตัวแสดงนำอย่าง Will Smith เว้นแต่ชื่อที่ดึงคนได้ การแสดงของเขาก็คือ Will Smith อะ มิได้ดี มิได้ห่วยแตก แม้กระนั้นก็มิได้น่าจำ

สิ่งที่พวกเราถูกใจที่สุดเป็นฉากแอ็คชั่นคราวแรกระหว่าง Will Smith วัยแก่และก็วัยชายหนุ่ม สนุกมากมาย โน่นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดของทั้งยังเรื่องละ ฉากแอ็คชั่นอื่นๆนี่มองจืดจางไปเลย แม้กระนั้นเอาเข้าจริงมันก็มิได้มีฉากแอ็คชั่นมากมายขนาดนั้นหรอกนะ 555

ทางด้านภาพแบบ HFR นี่มองไปดูมาก็แปลกๆเช่นกันนะ หรือพวกเราเพียงแค่ไม่เคยชินไม่รู้จัก การออกหมัดซัดกัน การเคลื่อนที่ ทุกสิ่งมันมองไหลลื่นแจ้งชัดมากมาย บอกผิดเช่นกันว่าดีหรือเปล่าดี 5555 ทดลองไปดูคุ้นเคยดีมากยิ่งกว่า

มีส่วนนึงที่พวกเรารู้สึกขบขันแล้วก็แปลกมากมายเป็นหน้า Will Smith วัยชายหนุ่มเนี่ยล่ะ เป็นฉากอื่นๆมันก็เนียนนะ แม้กระนั้นฉากด้านหลังเรื่องขบขันมากมาย เฮฮาจริงๆตลกขบขันแบบชี้แจงผิด สีหน้าท่าทางแปลกไปเลยอะ

สรุป Gemini Man เป็นหนังแอ็คชั่นไซฟาย ที่พวกเอฟเฟค ซีจีก็งามดี ภาพแบบ HFR ก็ลื่นไหล แม้กระนั้นเรื่องราวเชยปกติ กระทั่งเฉยๆมากมาย พวกเรารู้สึกบันเทิงใจเพียงแค่ตอน Will Smith พบ Will Smith คราวแรกแค่นั้นล่ะ 555

รีวิวหนัง Nezha – นาจา

เรื่องย่อหนัง

หนัง Ne Zha หรือชื่อไทยว่า ท้องนาจา แฟนคนประเทศไทยจัดเตรียมเจอกับ #Nezha แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์จากเมืองจีนที่ทำรายได้ทั้งโลกไปกว่า $663 ล้าน อยู่ชั้น 9 หนัง​ทำเงินทั้งโลกสูงสุดของปีนี้! เข้าฉาย 5 เดือนธันวาคมนี้ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ภาพยนตร์เรื่อง “ที่นาจา” (Ne Zha) เป็นการรบของทวยเทพเทวดาที่ชะตากรรมเปลี่ยนให้ตกอยู่ในร่างของมาร ที่เขาจำต้องต่อสู้ ต่อสู้กับเคราะห์กรรม รวมทั้งยืนหยัดด้วยจิตไร้สำนึกที่คุณความดีกระทั่งวินาทีในที่สุด เมื่อพลังที่สรวงสวรรค์ และก็โลกได้ให้กำเนิดมุกพลังความประพฤติที่หลอมรวมพลัคลำหาศาลไว้ร่วมกัน “หยวนสือเทียนจุน” เทวดาผู้เป็นใหญ่ที่สุดในสรวงสวรรค์ก็เลยสกัดมุกนั้นออกเป็นสองลูก ลูกหนึ่งเปลี่ยนเป็นมุกสรวงสวรรค์ ส่วนอีกลูกเป็นยาภูติผี ก่อนที่จะนำพวกมันไปเก็บเอาไว้ในบัวยอดเยี่ยมเจ็ดสี มุกสรวงสวรรค์ถูกกำหนดให้ตายเป็นมนุษย์ที่จะมีส่วนสำหรับในการจัดตั้งขึ้นวงศ์สกุลโจว ในระหว่างที่ยาภูติผีถูกลิขิตให้ตายเป็นอสุรกายที่จะมาทำลายโลก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เรื่องราวนี้เกิดขึ้น หยวนสือเทียนจุน ก็เลยได้ร่ายาถลาฟ้าพิโรธใส่ยาภูติผีปีศาจเพื่อมันถูกทำลายภายในช่วงระยะเวลาสามปี “เทวดาไท่อี่” ได้รับบัญชาการให้นำมุกสรวงสวรรค์ไปตายในครอบครัวของ “แม่ทัพหลี่จิ้ง” เพื่อเกิดลูกขึ้นมารวมทั้งตั้งชื่อว่า “ที่นาจา” แต่ว่าเหตุกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อพญามังกรได้สลับมุกสรวงสวรรค์กับยาภูติผีปีศาจ ท้องนาจา ก็เลยเกิดขึ้นมาด้วยพลังยารักษาโรคภูติผีปีศาจ จากลิขิตสรวงสวรรค์ที่จะจะต้องเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ เปลี่ยนไปเป็นพญามารคนที่จะมาก่ยกโทษหายนะขึ้นซะเอง ที่นาจาจะต่อสู้ต่อชะตาชีวิตที่ถูกกำหนดไว้เช่นไร และก็จะเจอกับจุดจบแบบไหน ศึกที่ชะตาชีวิตคราวนี้ได้ระเบิดขึ้นแล้ว!!!


Born with unique powers, a boy is recruited to fight demons and save the community that fears him.

วิภาควิจารณ์ หนัง

Xxgbb

รีวิวหนัง Green Book – กรีนบุ๊ค

เรื่องย่อหนัง

หนัง Green Book หรือชื่อไทยว่า กรีนบุ๊ค Green Book เป็นผลงานที่แสดงนำโดยสองดาราความสามารถประสิทธิภาพ วิกเก๋ มอร์เทนเซน คู่แข่งสองรางวัลออสการ์จาก Eastern Promises, Captain Fantastic ร่วมด้วย มาเฮอร์ชาลา อาลี ผู้ครอบครองรางวัลออสการ์จาก Moonlight กล่าวถึงรายละเอียดของ สองคู่ซี้ต่างขั้วด้ามจับผลัดจับผลูสำรวจเดินทางไปทั่วตอนใต้ของอเมริการ่วมกัน “โทนี่ ลิป” (วิกหรูหรา มอร์เทนเซน) พี่ล่าขาใหญ่เชื้อสายอิตาเลียน-อเมริกันจากเขตบรองซ์ในนิวยอร์ก จะต้องมาทำงานขับรถให้ “ดอน เชอร์ลีย์” (มาเฮอร์ชาลา อาลี) นักเปียโนคลาสสิคผิวสีระดับนานาชาติ ระหว่างที่เขาออกเดินสายขึ้นแสดงในสมัย 60 อย่างเดียวที่นำทางทั้งสองเป็น “สมุดปกเขียว” ที่บอกสถานที่ที่เป็นมิตรกับชาวผิวสี พวกเขาจำต้องฝ่าทั้งยังกำแพงที่สีผิว อันตรายต่างๆเหมือนกันกับความเอื้อเฟื้อจากเพื่อนมนุษย์สำหรับเพื่อการเดินทางครั้งสำคัญนี้


A working-class Italian-American bouncer becomes the driver of an African-American classical pianist on a tour of venues through the 1960s American South.

วิภาควิจารณ์ หนัง

ดีสุดๆถูกใจมากมายเหมือนกันเบยยย

รีวิวหนัง Angel Has Fallen – ผ่ายุทธการ ดับแผนอหังการ์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Angel Has Fallen หรือชื่อไทยว่า ผ่าการรบ ดับแผนอหังการ์ เมื่อข้าราชการหน่วยสืบราชการลับ ไมค์ แบนนิ่ง (พบราร์ด บัตเลอร์) รวมทั้ง ผู้นำ อัลลัน ทรัมบูล (มอร์แกน ฟรีแมน) ถูกจู่โจมจากองค์การก่อการร้าย หากแม้มีชีวิตรอดมาได้ แต่แปลงเป็นว่า ไมค์ แบนนิ่ง ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพียรพยายามฆ่าผู้นำเสียเอง เขาก็เลยแอบหนีจากการไล่ล่าของข้าราชการ พร้อมทั้งต้องตามล่าต้นเหตุเพื่อล้างมลทินรวมทั้งคุ้มครองผู้นำที่กำลังตกอยู่ในอั นยี่ห้อยจากทั้งยังฝ่ายรัฐบาลรวมทั้งผู้ก่อวินาศกรรมระดับพระรอยดำอีกที


Secret Service Agent Mike Banning is framed for the attempted assassination of the President and must evade his own agency and the FBI as he tries to uncover the real threat.

วิภาควิจารณ์ หนัง

มองภาคนี้มาแล้วเป็นยังไงมาบอกมั่งน้า